เมื่อปี 2546 คนไทยได้มีกฎหมายใหม่ เกี่ยวกับการห้ามสูบบุหรี่ ในที่สาธารณะ ที่มีการห้ามสูบบุหรี่ ในห้องอาหาร ในลิฟท์ ในโรงพยาบาล ฯลฯ โดยมีโทษเอาผิด กับทั้งผู้สูบและเจ้าของสถานประกอบการค่อนข้างหนัก ทั้งนี้เพื่อมีเป้าหมายในการคุ้มครอง ผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่จากการถูกคุกคามทางด้านสุขภาพ จากควันบุหรี่ของผู้ที่สูบในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นชัยชนะอีกขั้นหนึ่งของมาตรการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ ที่มีการร่วมมือกันจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก
แต่ถึงแม้จะมีกฎหมายต่างๆ เหล่านี้ออกมา ในความเป็นจริงกลับปรากฏว่า จำนวนคนสูบบุหรี่ ที่เป็นวัยรุ่น กลับยังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพราะเพียงแค่ลำพัง การออกกฎหมาย มากำกับเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ แต่จะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจ ต่อคนทั่วไปถึงพิษภัยของบุหรี่ และมุ่งเป้าไป ในแง่ของการป้องกัน ไม่ให้ผู้ที่ยังไม่เคยสูบบุหรี่ นั้นตกเป็นเหยื่อ ของการโฆษณาบุหรี่และ รู้สึกอยากลองสูบ จนตกเป็นทาสของบุหรี่ในที่สุด ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญมาก คือ กลุ่มวัยรุ่น.....
บริษัทผู้ผลิตบุหรี่ ได้มีการศึกษาเก็บข้อมูลต่างๆ ของลูกค้าของเขาอย่างละเอียด เพื่อที่จะ หาทางขยายฐานลูกค้า (หรือ ผู้สูบบุหรี่) ให้มากขึ้น โดยพบว่ากลุ่มวัยรุ่น เป็นกลุ่มที่จะเป็น ผู้สูบบุหรี่ได้ง่าย และ เมื่อติดแล้วก็มักจะชักชวน ให้เพื่อนๆ ติดบุหรี่ด้วย จึงมีการพยายามทำการโฆษณาเรื่องของบุหรี่ ในรูปแบบต่างๆ แต่เนื่องจากกลัวจะชัดเจนเกินไป เพราะหลายประเทศ จะมีกฎหมายห้าม แสดงการสูบบุหรี่ในภาพยนตร์ หรือทีวี (เช่น ประเทศไทย ของเรา ก็มีการ เซนเซอร์ภาพเหล่านี้) ก็จะพยายามหาทางสอดแหรก เข้าไปในภาพ ของตัวละคร ในทีวีหรือ ภาพยนตร์ต่างๆ ในแบบที่เรียกว่า
Product placement เช่นที่เราเห็นพระเอกเจมส์บอนด์ ต้องขับรถสปอรต์ สวยหรูยี่ห้อหนึ่ง หรือ ต้องใส่นาฬิกายี่ห้อหนึ่ง และ จะต้องมีภาพของนาฬิกานี้บนข้อมือ ของพระเอกให้เห็นอยู่บ่อยๆ
ซึ่งกลวิธีเหล่านี้ ในวงการละครทีวีของไทย ก็จะมีสอดแทรก ออกมาเป็นประจำ เพราะมีส่วนในการทำรายได้ ให้กับผู้จัดละคร หรือภาพยนตร์ เหล่านั้นค่อนข้างมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นภาพของ พระเอกวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ หรือไม่ก็เป็นนางเอก หรือ ผู้ช่วยนางเอกสาวสวย ที่ทำท่าทางเก๋ไก๋ สูบบุหรี่ในบางฉาก บางตอนของเรื่อง
ทำให้ผู้ชม โดยเฉพาะวัยรุ่น ซึมซับการสูบบุหรี่ว่า เป็นเรื่องโก้เก๋ ไปอย่างไม่รู้ตัว
แต่สิ่งหนึ่งที่ภาพเหล่านี้ ไม่ได้สื่อ ให้ผู้ชมวัยรุ่น ได้ตระหนัก คือ การสูบบุหรี่นี้ ทำให้เกิด
“การเสพติด” ได้ และผู้ติดบุหรี่ ก็จะไม่ได้มีสุขภาพดี หรือ จะดูสวยแบบนางเอก ไปได้นานๆ เพราะบุหรี่ทำให้ฟันเป็นคราบ ทำให้ไอเรื้อรัง ฯลฯ และที่สำคัญคือ ดาราหนุ่มรูปหล่อ ที่แสดงเป็นคาวบอยมาดเข้ม ที่เคยเป็น พรีเซนเตอร์โฆษณาบุหรี่ ยี่ห้อดังมาก ยี่ห้อหนึ่ง ในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่คนส่วนใหญ่คุ้นตา นั้นได้
เสียชีวิตลงก่อนวัยอันควร ด้วยมะเร็งปอด ซึ่งทำให้ช่วงท้ายของชีวิตของเขา นั้นต้องเข้าๆออกๆ โรงพยาบาลอยู่ตลอด และ มีความทุกข์ทรมาน พอสมควรจากโรคมะเร็งปอด
สิ่งที่ทางบริษัทผู้ผลิตบุหรี่เหล่านี้ต้องการ คือ กลุ่มวัยรุ่นที่ยังมีอายุน้อยให้เข้ามาติดบุหรี่ แทนคนสูงอายุ ที่เริ่มล้มหายตายจากไป หรือ ต้องหยุดสูบบุหรี่ไป เพราะปัญหาสุขภาพทำให้ยอดของผู้สูบบุหรี่ลดน้อยลงไปทุกวัน
วัยรุ่นติดบุหรี่ ด้วยเหตุต่างๆหลายอย่าง ส่วนใหญ่เป็นจากสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการมีเพื่อนที่สูบบุหรี่ หรือ การที่คนในครอบครัวสูบบุหรี่ จะเป็นสิ่งที่ทำให้วัยรุ่นผู้นั้นมีโอกาสสูบบุหรี่ได้มาก บางคนสูบบุหรี่โดยเข้าใจว่า จะทำให้เข้าสังคมกับเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น อย่างน้อยก็ไม่เขิน เมื่อตอนไม่รู้ว่า จะทำอะไรดีกับมือที่ว่างๆอยู่ บางคนก็รู้สึกว่า การสูบบุหรี่ทำให้ดูว่า เขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ไม่เป็นเด็กเหมือนก่อน สาววัยรุ่นมักจะเข้าใจว่า การสูบบุหรี่จะทำให้ สามารถลดน้ำหนักลง ได้ง่ายขึ้น เพราะทั้งมือ และ ปากไม่ว่าง ที่จะทำให้ทานอาหารได้ บางคนก็สูบบุหรี่เพื่อระบาย ความเครียด จากปัญหาที่บ้านหรือที่โรงเรียน หรือ เรื่องแฟน
มีหลายครอบครัวที่ไม่พบว่า มีใครในบ้านสูบบุหรี่เลย แต่มีเฉพาะลูกคนที่เป็นวัยรุ่นสูบ เพราะ วัยรุ่นหลายรายเลือกการสูบบุหรี่ เป็นการแสดงออก เพื่อต่อต้านพ่อแม่ (rebellious behavior) เพื่อต้องการ แสดงให้พ่อแม่เห็นว่า ตนเองนั้นโตแล้ว และไม่ต้องการให้ พ่อแม่มาบีบบังคับเขา เขาโตพอที่จะเลือกตัดสินใจ ทำอะไรๆกับ ตัวของเขาเองแล้ว
เมื่อติดแล้วเลิกยาก
พบว่าในผู้ใหญ่ที่สูบุหรี่ ค่อนข้างจัด จนมีปัญหาสุขภาพ มักจะเริ่มสูบมาตั้งแต่ ตอนเป็นวัยรุ่น และมักจะคิดว่า ขอลองสูบดูหน่อย โดยไม่ได้คิดว่าตนเองจะติดบุหรี่ โดยเริ่มจากการสูบ เป็นบางครั้ง ตอนอยู่กับเพื่อนๆ ต่อมา ก็เริ่มสูบบ่อยขึ้นแทบทุกวัน จนต่อมา ตอนตื่นนอนก็ต้องคว้าบุหรี่ มาสูบก่อน จากนั้นก็สูบหลังอาหาร หรือ ทุกเวลาที่มีโอกาสสูบ ซึ่งก็คือ ติดบุหรี่แล้ว เรียบร้อยทั้งทางร่างกาย และ จิตใจ และพบว่าวัยรุ่นที่ติดบุหรี่เหล่านี้ จะมีโอกาสสูงที่จะติดสิ่งอื่นๆได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการติดเหล้า หรือ ยาเสพติด ประเภทอื่นๆ ในเวลาต่อมา ทั้งนี้เพราะสารนิโคติน ที่มีอยู่ในควันบุหรี่ เมื่อปรากฏอยู่ในกระแสเลือด ของผู้ที่สูบบุหรี่ ในระดับที่สูงนั้น มีฤทธิ์เป็นสารเสพติดที่สูงพอๆ กับเฮโรอีน โคเคน หรือ ฝิ่น เลยทีเดียว
จากการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า กลุ่มวัยรุ่นตอนต้น (อายุ 13-15 ปี) แม้ไม่เคยสูบบุหรี่ แต่จะถูกชักชวนให้ลองได้ง่ายๆ (ประมาณ 13%) โดยเฉพาะวัยรุ่นผู้หญิง จะลองสูบมากกว่าวัยรุ่นผู้ชาย ดังนั้นเราจึงได้เห็นภาพโฆษณา ที่เป็นวัยรุ่นผู้หญิง ที่มีรูปร่างสวยงาม ทำท่าทางเก๋ ในขณะที่มือคีบบุหรี่ ให้เห็นเป็นประจำ แต่สำหรับกลุ่มวัยรุ่นตอนปลาย ( อายุ 16 – 18 ปี) ที่เริ่มลองสูบบุหรี่แล้ว พบว่ามีโอกาสสูงถึง ประมาณ 25 % ที่วัยรุ่นกลุ่มนี้จะกลายเป็น ผู้ติดบุหรี่ และจะสูบค่อนข้างจัดเมื่อเป็นผู้ใหญ่
บุหรี่ทำลายสุขภาพเพราะในควันบุหรี่นอกจากจะมีสารนิโคตินในปริมาณที่สูงแล้ว ยังมีสารที่เป็นพิษอย่างอื่นปะปนอยู่ด้วยเสมอ เช่น ไซยาไนด์ ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน แอมโมเนีย ฯลฯ ซึ่งมีผลในการทำลาย เยื่อบุทางเดินหายใจ ถุงลม และ เป็นสารก่อมะเร็งด้วย วัยรุ่นที่สูบบุหรี่ค่อนข้างจัด จะพบว่ามีปัญหาเหนื่อยง่ายเมื่อออกกำลังกาย และ มีปัญหาไอเรื้อรัง มีคราบฟันดำ และ มีกลิ่นบุหรี่ติดตัว ที่คนส่วนใหญ่จะไม่ชอบที่จะอยู่ใกล้ๆด้วย
การสูบบุหรี่ จะบั่นทอนชีวิตของผู้สูบ มีการวิจัยที่พบว่า การสูบบุหรี่ 1 มวน จะทำให้ชีวิตสั้นลง 5-20 นาที และทำให้อุบัติการณ์ ของโรคถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด และ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน สูงขึ้นอย่างมากในผู้ที่สูบบุหรี่ ทำให้ 1 ใน 3 ของ ผู้สูบบุหรี่จะเสียชีวิต ด้วยโรคที่เป็นผลจากควันบุหรี่ รวมทั้ง
ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงที่ได้รับควันบุหรี่ ไปด้วย (Secondhand smokers)
อายุเฉลี่ยของผู้สูบบุหรี่ ตั้งแต่วัยรุ่นจะสั้น กว่าคนปกติที่ไม่สูบบุหรี่ ประมาณ 14 ปี และมีรายงานทางการแพทย์ ที่เพิ่งออกมาไม่นานนี้ ที่พบว่าในผู้ที่สูบบุหรี่จัด ประมาณวันละ 2 ซอง ขึ้นไป มักจะ
มีปัญหาการเสื่อมสมรรถนะทางเพศ คือ ทำให้อวัยวะเพศ ไม่แข็งตัว (Erectile dysfunction, ED) หรือ ไม่มีความรู้สึกทางเพศ ที่ดีเหมือนก่อนด้วย
จำนวนเงินที่ถูกเผาผลาญ ไปกับบุหรี่ ก็เป็นเงินค่อนข้างมาก ถ้าเอามานั่งคำนวณดู แม้ว่า จะสูบเพียงวันละซองก็ตาม ในแต่ละปีจะสูญเสียเงิน มาเผาเป็นควันบุหรี่ไปปีละ หลายพันบาท อาจจะคิดเป็นเงินเดือน ได้ 1-2 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งเงินจำนวนนี้ในหลายๆปีเข้า ก็จะเป็น เงินก้อนใหญ่พอที่จะใช้ทำ, ใช้ซื้อของ ให้ตนเองได้มากมาย
การเลิกบุหรี่นั้นอาจจะทำได้ยาก วัยรุ่นหลายคนเคยพยายาม ทำการเลิกบุหรี่ ด้วยตนเอง แล้วหลายครั้ง สำหรับบางคนที่มีใจเด็ดเดี่ยว อาจจะเลือกการเลิกบุหรี่ แบบหักดิบ คือหยุดสูบไปเลย ซึ่งอาจจะเกิดอารมณ์หงุดหงิด เพราะอยากสูบบุหรี่บ้าง แต่ถ้าคุณพ่อ คุณแม่เข้าใจ และคอยให้การสนับสนุนที่ดี ก็จะสามารถสำเร็จได้เช่นกัน แต่วัยรุ่นส่วนใหญ่ มักจะยอมแพ้กลับไปสูบบุหรี่อีกในที่สุด
ดังนั้น คุณพ่อ คุณแม่ ควรเข้าใจและให้การสนับสนุน เมื่อลูกต้องการเลิกบุหรี่ ให้ลูกได้พบแพทย์และเข้าสู่โปรแกรม การบำบัดผู้อดบุหรี่ ซึ่งจะมีทั้งการช่วยเหลือ ทางจิตใจ การให้ยา ช่วยลดความกระวนกระวายที่เกิดขึ้น จากการอดบุหรี่ ในตอนแรก การหา
เพื่อนช่วยอดบุหรี่ (Quitting buddy) ที่จะคอยเตือน เมื่อเห็นว่าลูกทำท่าจะหันไปสูบอีก
สิ่งที่สำคัญคือ การป้องกันอย่าให้ลูกเริ่มลองสูบบุหรี่ ซึ่งได้แก่การที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องไม่เป็นตัวอย่าง นการสูบบุหรี่ให้ลูกเห็น พยายามให้ลูกอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่ปราศจากบุหรี่ (smoke-free environment) หาสิ่งอื่นๆ ทำ เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ หางานอดิเรก ฯลฯ ที่จะทำให้ลูกรู้สึกว่าตนเองมีค่าและมีสิ่งที่ภาคภูมิใจในตนเองได้
พยายามให้เวลาแก่ลูกในการพูดคุยเรื่องต่างๆอยู่เสมอๆ เพื่อให้เขาได้ระบายความเครียด หรือ ให้มุมมองที่ถูกต้องเหมาะสมกับเขา พยายามชี้ ให้เขาเห็นถึงสิ่งดีๆ อื่นๆ ที่เขาทำได้ โดยไม่ต้องพึ่งบุหรี่ และ ข้อเสียของการติดบุหรี่ รู้จักเลือกที่จะคบ เพื่อนที่ไม่สูบบุหรี่ ฯลฯ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกจะติดบุหรี่ได้
ขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก
http://www.clinicdek.com/index.php?option=com_content&task=view&id=93&Itemid=51