15 มี.ค. 2554

อภิปรายไม่ใว้วางใจ??

ตามธรรมเนีญของสภาทุกๆๆๆๆๆปี ก็จะมีฝ่ายค้านยื่นญัติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลท โดยในการยื่นญัตติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอณาจักรไทย พุธศักราช 2550 จำแนกไว้3แบบคือ
  1.     การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
  2. การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล
  3. การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งคณะ
ซึ่งในครั้งนี้ การอภิปรายมี2แบบคือ อภิปรายนายกฯ และอภิปราย8รัฐมนตรี
ประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 2.นายกรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 3.นายจุติ ไกรฤกษ์​ รัฐมนตรี ICT 4.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์​รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 5.นางพรทิวา นาคาสัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 6.นายโสภณ ซารัมย์​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 7.นายกษิต ภิรมย์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 8.นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการอภิปรายครั้งนี้มีเวลาให้ฝ่ายค้าน 40ชม.
รัฐบาล20ชม. และที่หน้าแปลกใจที่สุดตั้งแต่เกิดมาก้คือ การแบ่งเวลา"ประท้วง"! ซึ่งให้ทั้งหมด 6ชม. หมายความว่า เราจะได้ดูการประท้วง นานนนนนนนน มากๆๆๆ เอาละครับ ประเด็นนั้นไม่สำคัญ
แต่ท่น่าจะตาก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง"เศรษฐกิจ" ที่มีหัวเรือใหญ่ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรค์" ท่อภิปรายเน้นหักในเรื่องของงบ"ขาดดุล"  นายกฯเองก็ตอบโต้โดยการอภิปรายกลับ  
ไร่มะนาว
ศึกนี้ยังเหลืออีก 2วัน ยังจบไม่ได้ แต่ครวามนี้ รับรองได้ว่า เสียงของรัฐบาลคงจะต้องระหอง ระแหงกันไปอีกครั้งหนึ่ง...........

14 มี.ค. 2554

ส.ส. ผูทรง(น่ารัง)เกียจ ผู้ออกมาได้ยังไง??


         เมื่อ2-3 ที่ผ่านมา ผมได้ีโอกาศดูช่องNBT(หอยม่วง) ก็ได้มีการถ่ายทอดสดกาประชุมสภาผู้แทนราษฏร ในเรื่องของ"กรู้ทู้สด" ถามรัฐมนเรื่อง"ไข่"  ก็ได้มีพรรคฝ่ายค้านอภิปรายอย่างดุเดือด รวใเวลาที่อภิปรายเรื่องไข่ไปเกือบวัน! โฮ้ๆๆๆๆๆๆ แค่"ไข่"เรื่องเดียวปาไปครึ่งวัน ประเทศไทยเจริญแน่!
ฟังไปฟังมา เออ ก็มีสาระดี แต่มาสะดุดตรงที่มี ส.ส. พรรคฝ่ายค้านคนหนึ่งท่หัวล้าๆ และมีหนวดยาวๆ พูดในทำนองที่ว่า "ไข่ไก่ ก็เหมือนไข่คน เวลาไข่ไก่พึ่งมาใหม่ๆ ก็จะมีน้ำหนักมาก แต่พอผ่านไป 2-3วัน น้ำหนักก็จะลดลง ก็เหมือนกับไข่คนที่พึ่งอาบน้ำใหม่ๆก็ยังเปียก และหนัก พอผ่านไป 2-3 ชม. ก็จะแห้งและเบาลง"  ดูไปดูาทีแรกผมนึกว่า"สภาโจ๊ก" เอ๊ะ! สงสัย ทำไม"สภาโจ๊ก"ย้ายมากลางวันแล้วไม่แจ้งก่อนว่ะ พอดูดีๆ อ๋ออออออ สภาจริงๆ ยิงกว่าสภาโจ๊ก   ยังไงก็ขอฝาถามสักคำนะครับ ว่า"พูดออกมาได้อย่างไร" ไม่มีอะไรจะเปียบแล้วหรอ? 
"ไร่มะนาว"

12 มี.ค. 2554

thestar vs AF

                   เป็นที่ทราบกันดีว่าในวงการบันเทิงมีแต่พวกตอแ_ล ทั้นั้น การที่เราคนเราจะดังได้นั้นมันต้องแลกด้วยความน่าด้าน เพราะถ้าไม่ด้านพอ ก็เป็นดาราไม่ได้ ใอ้ดาราที่มันดังๆอยุ่เนี้ยะ เพราะมันก้าน ไม่ว่าจะเป็นนางเอกบางคนท่ยอมหน้าด้านเปิดนม เปิดฮี! ให้คนอื่นมอง ให้คนอื่นเห็น บางคนนทใหญ่ฮีใหญ่เพราะแม่ให้มา บางคนก็เพราะหมอให้มี
   พอมามองถึงผู้ชายบ้าง ผู้ชายส่วนใหญ่ที่จะดังก็คงพวกที่ยอมเอาตัวเข่าแลกกับพวกกะเทย ผู้จัดการท่ให้เด็กหนุ่มอัดรู_ี้ แลวเด็กพวกนั้นก้จะดังทันตาเห็น! เอาละเลยประเด็นแล้ว
      มนเมืองไทยการประกวดความสามารถกับการประกวดร้องเพลงก็มีหลายเจ้าท่ทำ โดยที่ดังๆและอยู่คงกะ(พัน)ก็มียู่แค่2เจ้าเท่านั้นและ นอกนั้น หลังจากการประกวดก็มืด
เวทีแรกก็คือ The Star เป็นเวทีการประกวดแรกๆของไทยเลก็ว่าได้ จัดโดย GMM Gramme โดยการประกวด thesta นั้นจะจัดขึ้นทุกปี รับสมัครทั่วประเทศ(4ภาค) โดยรับไม่จำกัด(2-3หื่นคน/ปี) คัดเหลือ 8คน โดยกรรมการก้จะเป็นใรท่ใหนได้อีก นอกจาก "ฮก หลก ซิ่ว" ของรายการ อย่าง ม้้า อรนภา  เพช โจ้ ท่คอยเป็นกรรการตลอด7ปี  การประกวดthestar นั้น จะค้ดู้เข้าขันออกทุกสัปดาห์ หรือที่เรียดกว่า week (วีค) โดยตัดสินจากคะแนนโหวตของผู้ชม (เงินคนดู)ท่โหวตให้ ครได้น้อย(ครอบครัวมีเงินโหวตน้อย) ก็ต้องออกไป แต่ละสัปดาห์หลังจากที่ผู้เข่าแข่งขัน แสดงเสร็จ ก็จะมายืนหน้าเวทให้กรรมการทั้ง3คนด่าฉอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยห้ามแสดงอาการไม่พอใจ หรือตอโต้ ทำได้เพียงยิ้ม และ คับๆ/ค่ะๆ (ทั้งท่ในใจอยากด่าให้ตายห่าไปเลย)  กรรมการเองก็ปากหมาไม่ใช่ย่อย โดยเฉพาะกรรมการผมหน้าม้า โฮ้ๆๆๆ แต่ละคำ แรงส์!

      มาถึง เอเอฟบ้าง  การประกสดเอเอฟก็เป็นเวทีท่ศักศิทธิ์อีกเวทีหนึ่ง มีคนสมัครเยอะเเช่นกัน แต่เวทีนี้พเศษครงที่มการสมัครแบบออนไลน์ด้วย  เวทีนี้เป็นเวทีที่ไม่แน่ ไม่นอน คัดอาทิตย์ละ1บ้าง 2บ้าง หรือไม่คัดออกเลย โดยทาง ทรู ให้เหตุผลว่า "เพื่อความตื่นเต้น"  เอเอฟจะคัดมห้ได้12คน มาอยู่บ้านเดียวกัน โดยถ่ายทอดสดชีวิตของนักล่าฝันผ่านช่องทรูวิชั่น โดยให้คนดุเป็นเสมือนพวกโรคจิตรท่คอแอบดูพฤติกรรมของนักล่าฝัน.... เวทีนี้จะมีตุ๊กตา"ภูมิคุ้มกัน" ือถ้าใครความสามารถดี ได่รับไปแต่ละสัปดาห์ และถ้าคนนั้นมีคะเเนนโหวตน้อย ก็ไม่ต้องออก เพราะมีตุ๊กตา"ภูมคุ้มกันอยู่"

เอาละ ผมขอสรุปเรื่องนี้ว่า "ทุกเวที มีทั้งข้อดี และจ้อเสย ยังไงใครจะเป็นดารา ก็ควรเลือกเวทีสักหน่อยนาะ เลือกเวทีท่เราอยู่กับความสารถ ไม่ใ่อยู่กับการ "ระเบิดรู_ี้"

ไร่มะนาว

11 มี.ค. 2554

วัยรุ่นกับบุหรี่. สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ควรรู้

เมื่อปี 2546 คนไทยได้มีกฎหมายใหม่ เกี่ยวกับการห้ามสูบบุหรี่ ในที่สาธารณะ ที่มีการห้ามสูบบุหรี่ ในห้องอาหาร ในลิฟท์ ในโรงพยาบาล ฯลฯ โดยมีโทษเอาผิด กับทั้งผู้สูบและเจ้าของสถานประกอบการค่อนข้างหนัก ทั้งนี้เพื่อมีเป้าหมายในการคุ้มครอง ผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่จากการถูกคุกคามทางด้านสุขภาพ จากควันบุหรี่ของผู้ที่สูบในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นชัยชนะอีกขั้นหนึ่งของมาตรการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ ที่มีการร่วมมือกันจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก




     แต่ถึงแม้จะมีกฎหมายต่างๆ เหล่านี้ออกมา ในความเป็นจริงกลับปรากฏว่า จำนวนคนสูบบุหรี่ ที่เป็นวัยรุ่น กลับยังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพราะเพียงแค่ลำพัง การออกกฎหมาย มากำกับเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ แต่จะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจ ต่อคนทั่วไปถึงพิษภัยของบุหรี่ และมุ่งเป้าไป ในแง่ของการป้องกัน ไม่ให้ผู้ที่ยังไม่เคยสูบบุหรี่ นั้นตกเป็นเหยื่อ ของการโฆษณาบุหรี่และ รู้สึกอยากลองสูบ จนตกเป็นทาสของบุหรี่ในที่สุด ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญมาก คือ กลุ่มวัยรุ่น.....


     บริษัทผู้ผลิตบุหรี่ ได้มีการศึกษาเก็บข้อมูลต่างๆ ของลูกค้าของเขาอย่างละเอียด เพื่อที่จะ หาทางขยายฐานลูกค้า (หรือ ผู้สูบบุหรี่) ให้มากขึ้น โดยพบว่ากลุ่มวัยรุ่น เป็นกลุ่มที่จะเป็น ผู้สูบบุหรี่ได้ง่าย และ เมื่อติดแล้วก็มักจะชักชวน ให้เพื่อนๆ ติดบุหรี่ด้วย จึงมีการพยายามทำการโฆษณาเรื่องของบุหรี่ ในรูปแบบต่างๆ แต่เนื่องจากกลัวจะชัดเจนเกินไป เพราะหลายประเทศ จะมีกฎหมายห้าม แสดงการสูบบุหรี่ในภาพยนตร์ หรือทีวี (เช่น ประเทศไทย ของเรา ก็มีการ เซนเซอร์ภาพเหล่านี้) ก็จะพยายามหาทางสอดแหรก เข้าไปในภาพ ของตัวละคร ในทีวีหรือ ภาพยนตร์ต่างๆ ในแบบที่เรียกว่า Product placement เช่นที่เราเห็นพระเอกเจมส์บอนด์ ต้องขับรถสปอรต์ สวยหรูยี่ห้อหนึ่ง หรือ ต้องใส่นาฬิกายี่ห้อหนึ่ง และ จะต้องมีภาพของนาฬิกานี้บนข้อมือ ของพระเอกให้เห็นอยู่บ่อยๆ
     ซึ่งกลวิธีเหล่านี้ ในวงการละครทีวีของไทย ก็จะมีสอดแทรก ออกมาเป็นประจำ เพราะมีส่วนในการทำรายได้ ให้กับผู้จัดละคร หรือภาพยนตร์ เหล่านั้นค่อนข้างมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นภาพของ พระเอกวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ หรือไม่ก็เป็นนางเอก หรือ ผู้ช่วยนางเอกสาวสวย ที่ทำท่าทางเก๋ไก๋ สูบบุหรี่ในบางฉาก บางตอนของเรื่อง  ทำให้ผู้ชม โดยเฉพาะวัยรุ่น ซึมซับการสูบบุหรี่ว่า เป็นเรื่องโก้เก๋ ไปอย่างไม่รู้ตัว


     แต่สิ่งหนึ่งที่ภาพเหล่านี้ ไม่ได้สื่อ ให้ผู้ชมวัยรุ่น ได้ตระหนัก คือ การสูบบุหรี่นี้ ทำให้เกิด “การเสพติด” ได้ และผู้ติดบุหรี่ ก็จะไม่ได้มีสุขภาพดี หรือ จะดูสวยแบบนางเอก ไปได้นานๆ เพราะบุหรี่ทำให้ฟันเป็นคราบ ทำให้ไอเรื้อรัง ฯลฯ และที่สำคัญคือ ดาราหนุ่มรูปหล่อ ที่แสดงเป็นคาวบอยมาดเข้ม ที่เคยเป็น พรีเซนเตอร์โฆษณาบุหรี่ ยี่ห้อดังมาก ยี่ห้อหนึ่ง ในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่คนส่วนใหญ่คุ้นตา นั้นได้เสียชีวิตลงก่อนวัยอันควร ด้วยมะเร็งปอด ซึ่งทำให้ช่วงท้ายของชีวิตของเขา นั้นต้องเข้าๆออกๆ โรงพยาบาลอยู่ตลอด และ มีความทุกข์ทรมาน พอสมควรจากโรคมะเร็งปอด

    สิ่งที่ทางบริษัทผู้ผลิตบุหรี่เหล่านี้ต้องการ คือ กลุ่มวัยรุ่นที่ยังมีอายุน้อยให้เข้ามาติดบุหรี่ แทนคนสูงอายุ ที่เริ่มล้มหายตายจากไป หรือ ต้องหยุดสูบบุหรี่ไป เพราะปัญหาสุขภาพทำให้ยอดของผู้สูบบุหรี่ลดน้อยลงไปทุกวัน
     วัยรุ่นติดบุหรี่ ด้วยเหตุต่างๆหลายอย่าง ส่วนใหญ่เป็นจากสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการมีเพื่อนที่สูบบุหรี่ หรือ การที่คนในครอบครัวสูบบุหรี่ จะเป็นสิ่งที่ทำให้วัยรุ่นผู้นั้นมีโอกาสสูบบุหรี่ได้มาก บางคนสูบบุหรี่โดยเข้าใจว่า จะทำให้เข้าสังคมกับเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น อย่างน้อยก็ไม่เขิน เมื่อตอนไม่รู้ว่า จะทำอะไรดีกับมือที่ว่างๆอยู่ บางคนก็รู้สึกว่า การสูบบุหรี่ทำให้ดูว่า เขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ไม่เป็นเด็กเหมือนก่อน สาววัยรุ่นมักจะเข้าใจว่า การสูบบุหรี่จะทำให้ สามารถลดน้ำหนักลง ได้ง่ายขึ้น เพราะทั้งมือ และ ปากไม่ว่าง ที่จะทำให้ทานอาหารได้ บางคนก็สูบบุหรี่เพื่อระบาย ความเครียด จากปัญหาที่บ้านหรือที่โรงเรียน หรือ เรื่องแฟน
     มีหลายครอบครัวที่ไม่พบว่า มีใครในบ้านสูบบุหรี่เลย แต่มีเฉพาะลูกคนที่เป็นวัยรุ่นสูบ เพราะ วัยรุ่นหลายรายเลือกการสูบบุหรี่ เป็นการแสดงออก เพื่อต่อต้านพ่อแม่ (rebellious behavior) เพื่อต้องการ แสดงให้พ่อแม่เห็นว่า ตนเองนั้นโตแล้ว และไม่ต้องการให้ พ่อแม่มาบีบบังคับเขา เขาโตพอที่จะเลือกตัดสินใจ ทำอะไรๆกับ ตัวของเขาเองแล้ว

     เมื่อติดแล้วเลิกยาก
  
     พบว่าในผู้ใหญ่ที่สูบุหรี่ ค่อนข้างจัด จนมีปัญหาสุขภาพ มักจะเริ่มสูบมาตั้งแต่ ตอนเป็นวัยรุ่น และมักจะคิดว่า ขอลองสูบดูหน่อย โดยไม่ได้คิดว่าตนเองจะติดบุหรี่ โดยเริ่มจากการสูบ เป็นบางครั้ง ตอนอยู่กับเพื่อนๆ ต่อมา ก็เริ่มสูบบ่อยขึ้นแทบทุกวัน จนต่อมา ตอนตื่นนอนก็ต้องคว้าบุหรี่ มาสูบก่อน จากนั้นก็สูบหลังอาหาร หรือ ทุกเวลาที่มีโอกาสสูบ ซึ่งก็คือ ติดบุหรี่แล้ว เรียบร้อยทั้งทางร่างกาย และ จิตใจ และพบว่าวัยรุ่นที่ติดบุหรี่เหล่านี้ จะมีโอกาสสูงที่จะติดสิ่งอื่นๆได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการติดเหล้า หรือ ยาเสพติด ประเภทอื่นๆ ในเวลาต่อมา ทั้งนี้เพราะสารนิโคติน ที่มีอยู่ในควันบุหรี่ เมื่อปรากฏอยู่ในกระแสเลือด ของผู้ที่สูบบุหรี่ ในระดับที่สูงนั้น มีฤทธิ์เป็นสารเสพติดที่สูงพอๆ กับเฮโรอีน โคเคน หรือ ฝิ่น เลยทีเดียว
     จากการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า กลุ่มวัยรุ่นตอนต้น (อายุ 13-15 ปี) แม้ไม่เคยสูบบุหรี่ แต่จะถูกชักชวนให้ลองได้ง่ายๆ (ประมาณ 13%) โดยเฉพาะวัยรุ่นผู้หญิง จะลองสูบมากกว่าวัยรุ่นผู้ชาย ดังนั้นเราจึงได้เห็นภาพโฆษณา ที่เป็นวัยรุ่นผู้หญิง ที่มีรูปร่างสวยงาม ทำท่าทางเก๋ ในขณะที่มือคีบบุหรี่ ให้เห็นเป็นประจำ แต่สำหรับกลุ่มวัยรุ่นตอนปลาย ( อายุ 16 – 18 ปี) ที่เริ่มลองสูบบุหรี่แล้ว พบว่ามีโอกาสสูงถึง ประมาณ 25 % ที่วัยรุ่นกลุ่มนี้จะกลายเป็น ผู้ติดบุหรี่ และจะสูบค่อนข้างจัดเมื่อเป็นผู้ใหญ่

     บุหรี่ทำลายสุขภาพเพราะในควันบุหรี่นอกจากจะมีสารนิโคตินในปริมาณที่สูงแล้ว ยังมีสารที่เป็นพิษอย่างอื่นปะปนอยู่ด้วยเสมอ เช่น ไซยาไนด์ ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน แอมโมเนีย ฯลฯ ซึ่งมีผลในการทำลาย เยื่อบุทางเดินหายใจ ถุงลม และ เป็นสารก่อมะเร็งด้วย วัยรุ่นที่สูบบุหรี่ค่อนข้างจัด จะพบว่ามีปัญหาเหนื่อยง่ายเมื่อออกกำลังกาย และ มีปัญหาไอเรื้อรัง มีคราบฟันดำ และ มีกลิ่นบุหรี่ติดตัว ที่คนส่วนใหญ่จะไม่ชอบที่จะอยู่ใกล้ๆด้วย

     การสูบบุหรี่ จะบั่นทอนชีวิตของผู้สูบ มีการวิจัยที่พบว่า การสูบบุหรี่ 1 มวน จะทำให้ชีวิตสั้นลง 5-20 นาที และทำให้อุบัติการณ์ ของโรคถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด และ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน สูงขึ้นอย่างมากในผู้ที่สูบบุหรี่ ทำให้ 1 ใน 3 ของ ผู้สูบบุหรี่จะเสียชีวิต ด้วยโรคที่เป็นผลจากควันบุหรี่ รวมทั้งผู้ที่อยู่ใกล้เคียงที่ได้รับควันบุหรี่ ไปด้วย (Secondhand smokers)
     อายุเฉลี่ยของผู้สูบบุหรี่ ตั้งแต่วัยรุ่นจะสั้น กว่าคนปกติที่ไม่สูบบุหรี่ ประมาณ 14 ปี และมีรายงานทางการแพทย์ ที่เพิ่งออกมาไม่นานนี้ ที่พบว่าในผู้ที่สูบบุหรี่จัด ประมาณวันละ 2 ซอง ขึ้นไป มักจะมีปัญหาการเสื่อมสมรรถนะทางเพศ คือ ทำให้อวัยวะเพศ ไม่แข็งตัว (Erectile dysfunction, ED) หรือ ไม่มีความรู้สึกทางเพศ ที่ดีเหมือนก่อนด้วย

     จำนวนเงินที่ถูกเผาผลาญ ไปกับบุหรี่ ก็เป็นเงินค่อนข้างมาก ถ้าเอามานั่งคำนวณดู แม้ว่า จะสูบเพียงวันละซองก็ตาม ในแต่ละปีจะสูญเสียเงิน มาเผาเป็นควันบุหรี่ไปปีละ หลายพันบาท อาจจะคิดเป็นเงินเดือน ได้ 1-2 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งเงินจำนวนนี้ในหลายๆปีเข้า ก็จะเป็น เงินก้อนใหญ่พอที่จะใช้ทำ, ใช้ซื้อของ ให้ตนเองได้มากมาย

     การเลิกบุหรี่นั้นอาจจะทำได้ยาก     วัยรุ่นหลายคนเคยพยายาม ทำการเลิกบุหรี่ ด้วยตนเอง แล้วหลายครั้ง สำหรับบางคนที่มีใจเด็ดเดี่ยว อาจจะเลือกการเลิกบุหรี่ แบบหักดิบ คือหยุดสูบไปเลย ซึ่งอาจจะเกิดอารมณ์หงุดหงิด เพราะอยากสูบบุหรี่บ้าง แต่ถ้าคุณพ่อ คุณแม่เข้าใจ และคอยให้การสนับสนุนที่ดี ก็จะสามารถสำเร็จได้เช่นกัน แต่วัยรุ่นส่วนใหญ่ มักจะยอมแพ้กลับไปสูบบุหรี่อีกในที่สุด
     ดังนั้น คุณพ่อ คุณแม่ ควรเข้าใจและให้การสนับสนุน เมื่อลูกต้องการเลิกบุหรี่ ให้ลูกได้พบแพทย์และเข้าสู่โปรแกรม การบำบัดผู้อดบุหรี่ ซึ่งจะมีทั้งการช่วยเหลือ ทางจิตใจ การให้ยา ช่วยลดความกระวนกระวายที่เกิดขึ้น จากการอดบุหรี่ ในตอนแรก การหาเพื่อนช่วยอดบุหรี่ (Quitting buddy) ที่จะคอยเตือน เมื่อเห็นว่าลูกทำท่าจะหันไปสูบอีก

     สิ่งที่สำคัญคือ การป้องกันอย่าให้ลูกเริ่มลองสูบบุหรี่ ซึ่งได้แก่การที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องไม่เป็นตัวอย่าง นการสูบบุหรี่ให้ลูกเห็น พยายามให้ลูกอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่ปราศจากบุหรี่ (smoke-free environment) หาสิ่งอื่นๆ ทำ เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ หางานอดิเรก ฯลฯ ที่จะทำให้ลูกรู้สึกว่าตนเองมีค่าและมีสิ่งที่ภาคภูมิใจในตนเองได้
     พยายามให้เวลาแก่ลูกในการพูดคุยเรื่องต่างๆอยู่เสมอๆ เพื่อให้เขาได้ระบายความเครียด หรือ ให้มุมมองที่ถูกต้องเหมาะสมกับเขา พยายามชี้ ให้เขาเห็นถึงสิ่งดีๆ อื่นๆ ที่เขาทำได้ โดยไม่ต้องพึ่งบุหรี่ และ ข้อเสียของการติดบุหรี่ รู้จักเลือกที่จะคบ เพื่อนที่ไม่สูบบุหรี่ ฯลฯ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกจะติดบุหรี่ได้

ขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก http://www.clinicdek.com/index.php?option=com_content&task=view&id=93&Itemid=51

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนชื่อเว็บ???

สวัสดีครับทุกท่าน หลาท่านถามกันมาว่าทำไม? ถึงต้องเปลี่ยนชื่อเว็บ จาก paisan.tk เป็น paisan.co.cc  .tk มันก้สวยดี และสั้นจำง่าย แต่ทำไมถึงต้องเปล่ยนให้ยาวล่ะ?
คำตอบที่ดีที่สุดของผมมีดังต่อไปนี้ครับประเด็นที่แรกที่ต้องปลี่ยนเพราะ เหตุเรื่องของการตั้งค่าครับ คือการตั้งค่าของ.tk มันตั้งค่ายาก ต้องตั้งเป็นแบบ directterry เท่านั้น ถึงแม้โดเมน.tk เป็นดดเมนที่ฟรี แต่ต้องทำให้ยอดผู้เข้าชมเกิน 25คนต่อ3เืดือน ไม่งั้น เขาจะลบโดเมนออก
แต่พอมาดูของ .co.cc ดู ผมคิดว่ามันง่าย ตั้งค่าง่ายมากๆ และท่สำคัญ ฟรี! ไม่ต้อง
รักษายอดผู้เข้าชม  ความจริง! ผมเป็ฯเจ้าของโดเมนนี้ตั้งแต่ปี 51 และก็ไม่ได้ใช้ จนวันนี้คิดอยากใช้ เพื่อลดข้อจำกัด
แต่ผมคิดว่า การเปลี่ยนนามสกุลเว็บคราวนี้ คงต้องมีปัญหาแน่ แต่ก็ต้องยอมรับละครับ
ไพศาล  ฮาแว
www.paisan.tk

                                                                                                      

5 มี.ค. 2554

??ทำไงดี ชั้นมีสิว??

ปัญหาสิวกับวัยรุ่นเป็นของคุ่กันจริ๊งจริง ไม่ว่าจะเป็นยุคใหนสมัยใหน ก็ไม่จบไมสิ้น วันนี้ผมมี10วิธีเด็ดๆที่จะทำให้หน้าใสไร้สิวมาแนะนำกันครับ


1.คุณจะต้องนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ให้นอนระหว่าง 3 - 3.30 ทุม 
ข้อแรกสำคัญ 

2. ถ้าเป็นเพศชาย กรุณาอย่าชักว่า่วบ่อยติดต่อกัน
(ลองเว้นระยะซัก 1 อาทิตย์ แล้วดูผล) 

3. ถ้าเป็นเพศหญิง ตอนประจำ....มาอย่าพยายามกินของมันและ 
อย่าให้ผมปิดหน้าเพราะเมื่อมีประจำ...ผมคุณจะไม่สะอาดเพราะ 
อะไรไม่ทราบเหมือนกันไม่ได้เป็นผู้หญิง แต่เค้าสำรวจแล้ว 

4.อย่าล้างหน้าบ่อย ให้ล้างวันละ 2 ครั้ง มากสุด 3 
เพราะจะทำให้หน้าคุณบางลง เมื่อหน้าคุณบางหน้าคุณจะอ่อนแอ 
แพ้ง่ายทำให้เป็นสิวได้ง่าย แต่มีบางคนเค้าเถียงว่าถ้าไม่ล้างหน้า 
บ่อยๆจะทำให้หน้ามัน(สำหรับบางคนที่หน้ามันง่าย)แล้วสิวจะขึ้น 
มีวิธีแก้คือให้ใช้วิธีทาแป้งบ่อยๆคับหน้าคุณจะไม่มันแต่ถ้าคุณแพ้ 
แป้งละก็ให้ใช้ดินสอพองผสมกับน้ำมะนาว(ดีจิงขอบอก)โบ๊ะหน้าไว้ 
เพื่อไม่ให้หน้ามันแต่ถ้าแพ้อีกก็ไม่รู้จะทำไงแล้วแหละ 

5.ควรออกกำลังกายด้วยวันละ 1 คร้ง นานเท่าไหร่แล้วแต่แต่ขั้นต่ำ 
ไม่เกิน 30 นาที 
เมื่อคุณออกกำลังหายเสร็จ อย่าพึ่งล้างหน้าโดนเด็ดขาด ถ้าคุณล้าง 
หน้าเลยจะทำให้เกิดฝ้าขึ้นได้ เพราะหน้าคุณกำลังร้อนอยู่เจอน้ำเย็น 
จะทำให้ใบหน้าของคุณเสียได้และขึ้นฝ้า 

6.ไม่ควรกินของมัน แต่สำหรับคนที่อดใจไม่ไหว มีวิธีแก้คับคุณกินน้ำตามเมื่อคุณกินของมันเสร้จกินมากๆจะช่วยได้ค่ะ

7.กินน้ำเยอะๆ เยอะๆนี่ไม่ได้หมายความว่า 7-8 แก้วนะคับ กินเมื่อฉี่ หรือ เยี๊ยวนั้นแหละ พอฉี่เสร็จก็ดื่มน้ำอย่างน้อย ครึ่งแก้วตาม 
เสมอมันจะระบายของเสียออกจากร่างกายคุณและหน้าคุณจะใสไร้ 
สิว 

8. พยายามอย่าให้หน้าคุณโดนแดดแรงๆมากๆจะทำให้สิวขึ้น 

9.คุณควรจะแยกผ้าใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้าก็ส่วนผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ด 
ตัวก็ส่วนผ้าเช็ดตัว อย่างนี้เป็นต้น 

10. อย่าพยายามให้หน้าคุณโดนฝุ่นผงเพราะจำทำให้คุณเป็นสิวหัว
 
ช้างได้ 



ขอขอบคุณ http://www.webddee.com/forum/health/10-39/

เกร็ดเด็ดๆ!

ถามกันมาเยอะเหลือเกินว่าเมื่อไหร้หนอ"ไพศาล"จะนำเรื่องดๆมาโพสต์บ้าง(อ้าว!แล้วท่กรูส์โพสต์มันมแต่เรื่องเฮียๆหรอ..) เอาละ วันนี้มเรื่องดีๆ และเกร็ดความรู้ดีมาแนะนำกันครับ

ถุงเท้าเป็นอาภรณ์ที่ดูจะซักยากที่สุด เพราะทั้งสกปรก ทั้งเหม็นโดยเฉพาะถุงเท้าสีขาวของนักเรียน ขยี้กันไม่มี วันชนะ ครั้นจะไม่ให้ลูกใส่หรือไม่ให้ลูกถอดรองเท้า วิ่งก็ไม่ได้..วิธีซักถุงเท้าขาวก็ทำได้โดยนำถุงเท้าไปซัก ในน้ำเปล่าก่อน แล้วนำไปแช่น้ำผสมน้ำส้มสายชูสักประ มาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงซักกับผงซักฟอกตามปกติ ทำเช่นนั้น ถุงเท้าที่ดำ ก็จะขาวขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ควรแช่น้ำส้ม สายชูบ่อย ๆแค่เดือนละ 1 ครั้งก็พอ นอกนั้นก็ซัก ตามปกติ
บางบ้านปลูกขนุนไว้ออกลูกหลายลูกแต่ไม่กล้าตัดกิน ปล่อยจนสุกคาต้น กินไม่ได้เพราะกลัวมือกลัวมีดเลอะยาง ขนุนแล้วจะล้างไม่ออก ความจริงก่อนจะตัดลูกขนุนลอง ไปหาใบตองหรือถุงพลาสติกมาเช็ดน้ำยางออกก็จะช่วย ได้หรือถ้ามือเลอะยางขนุนก็เอามือถูกับข้าวสาร ยางขนุน ก็จะหลุดออกอย่างง่าย ๆแล้ว
โดยปกติเราสามารถซื้อไข่เค็มจากร้านค้าที่ต้มมาอยู่แล้ว เพียง แต่ใช้มีดผ่าก็กินได้ทันที แต่ถ้าหากอยากให้ไข่เค็มที่ซื้อมามีความ สดและทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น ลองนำไข่เค็มไปต้ม อีกครั้งก่อนรับประทานไข่เค็มจะหอมมันร้อนและอร่อยกว่าเดิมมาก
ถ้ามื้ออาหารไหนมีแกงเผ็ด แม่บ้านมักจัดอาหารรสเค็มหรือเปี้ยว ๆ หวาน ๆแกล้มและต้องดูว่าแกงเผ็ดใส่เนื้อสัตว์อะไร ซึ่งก็ต้องเลือก ของแกล้มที่มีเนื้อสัตว์ไม่ซ้ำกับแกงเผ็ดด้วย

เด็กนักเรียนลำตัวมักยืดสูง ขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครั้งผู้ปกครอง จำเป็นต้องเลาะชายกระโปรงหรือขากางเกง ลงเพื่อให้เด็กใส่ชุด ได้นานขึ้นไป ไม่สั้นเต่อ ถ้าเป็นชุดนักเรียนก็จะผิดระเบียบของ โรงรียน แต่ทว่าเลาะลงแล้วมักจะเห็นรอยพับ รอยจีบ ลองใช้ ฟองน้ำชุปน้ำส้มสายชู ทาตรงรอยพับให้ทั่วแล้วใช้ผ้าบาง ๆรอง รีด ควรรีดด้วยเตารีดไฟอ่อน รอยพับจะหายไป
อาหารเช้าเป็นอาหารมื้อที่สำคัญที่สุด เวลาเช้าเป็นช่วงที่ร่างกาย ดูดซึมสารอาหารได้ดีที่สุด เพื่อให้ร่างกายได้ใช้ประโยชน์ในการ ทำงานตลอดวัน แต่ปรากฏว่าหลายท่านกินกาแฟถ้วยเดียวกับปาท่องโก๋ 1 คู่เท่ากับมีสารอาหารน้อยมากคือมีเพียงแป้งสาลีทอดกับน้ำมันหมู หรือน้ำมันพืชที่ได้จากปาท่องโก๋และผงกาแฟกับน้ำตาล ถือเป็นการกิน อาหารเช้าแบบทำลายสุขภาพอย่างมาก

ผู้หญิงกับน้ำหอมเป็นของคู่กันการประพรมน้ำหอมเป็นสเน่ห์ อย่างหนึ่งของหญิงสาวที่ไม่ควรมองข้ามแต่สำหรับสตรีมีครรภ์ หากต้องการใช้หัวน้ำหอมควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
ควรต้มน้ำให้เดือดก่อนจะนำผักลงลวกและไม่ต้องลวกนานจะทำให้ผักสีคล้ำ ไม่น่ากิน ถ้าเป็นผักสีเขียว..ควรใส่เกลือป่นและน้ำมันพืชลงไปด้วยสักเล็กน้อย เกลือจะทำให้น้ำกร่อยจะทำให้ผักสีไม่ซีด และน้ำมันจะทำให้ผักขึ้นเงา น่ารับประทาน

หลายคนเข้าใจผิดว่าพยาธิใบไม้ตับซึ่งเป็นพยาธิที่เกิดจากการกินอาหาร สุก ๆดิบ ๆสามารถรักษาได้ด้วยการกินยาถ่ายพยาธิ ความจริงคือพยาธิ ใบไม้ตับเมื่อเรากินเข้าไปแล้วมันจะเข้าไปอยู่ในท่อน้ำดีตับ ไม่ใช่ลำใส้ มีอันตรายมาก ต้องพบแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดรักษาก่อนที่จะสาย เกินไปเท่านั้น
เวลาลอกสติ๊กเกอร์ออกจากสิ่งของที่เราติดมักจะทิ้งคราบกาวเหนียว ๆ ของสติ๊กเกอร์เอาไว้หากใช้นิ้วขูดก็จะทำให้ยางนั้นกลายเป็นสีดำจากคราบ ขี้ไคลของนิ้วยิ่งดูน่าเกลียด ทางแก้ง่าย ๆคือใช้ยาหม่องหรือยาทานวด ทาบริเวณที่มีกาวติดอยู่ทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงนำผ้าเช็ดรอยกาวจะหลุดออก อย่างง่ายดาย

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://forums.212cafe.com/boonsong/board-28/topic-8.html

4 มี.ค. 2554

พจนานุกรมฉบับเกย์และกระเทย (ควรรู้)

2-3 วันมีเวลานิดหนึงไปเิิด็กเด็กดี.com  และไปเห็นกระทุ้ที่ว่า "ภาษา??" ก็เลยแวะเข้าไปดูสักหน่อย และก็อ่านๆๆๆๆๆ จนอ่านๆๆๆ และงง วันนี้ก็เลยหยิบมาฝากเป็ฯ"แม่่ประนอม"(น้ำจิ้ม) ความจริงมีมากกว่านี้ แต่วันนี้ก๊ปปี้มาแค่นี้ แต่...อย่าพึ่งรีบไปอ่าน เพราะก่อนอ่าน คุณต้องสำรวจว่าอายุเกิน13ปี หรือนัง ถ้ายังไม่เกิน ก็ไม่ควรอ่าน เพราะในนี้อาจมีคำไม่สุภาพ เช่น "ตอแหล" "หน้าด้าน" เป็นต้น พร้อมที่จะอ่านแล้วก้ไปเลยยยยย.............
ก.ท.ม. = กะเทยเก๊กแมน
กระรอก = ออกไปหาเหยื่อ
กระเทย โอทอป = กระเทยบ้านนอก
กอล์ฟฟี่ = กระเทยมาดนิ่งสูงปรี๊ดดที่ร้ายลึกและเปรี้ยวแซ่บ
กรูปรี = กระแดะ แรด
กังกา = กระเทยที่ไม่มีคุณสมบัติผู้ดี
กัด = ถากถาง กระแนะกระแหน
กันซีน = อาการหึงหวงจนออกนอกหน้า
ก้ามปู = เกย์ล่ำ เล่นกล้าม
กิ๊บเก๋ยูเรก้า = คำซึ่งบ่งบอกว่าสิ่งนั้นดีเลิศประเสริฐศรี
กิ๊บบี้ = อร่อยน่ากิน
เก้ง = ใช้เรียกเกย์ด้วยกันเอง
เก๊กแมน = ทำท่าทางให้ดูสมชายชาตรีทั้งที่จริงออกแต๋วจ๋า
เก๋กู้ด = ดูดี แต่งกายงาม
เก๋ไก๋สไลเดอร์ = ยอยเยี่ยม เนี๊ยบนิ้ง
เกิน = ทำอะไรโอเวอร์เกินจริง
กุ้งนาง = กะเทยที่สวยหวานเหมือนผู้หญิง
ขายน้ำ = การขายบริการทางเพศของผู้ชาย
แขกรับเชิญ = ผู้ถูกนินทาว่าร้าย
เข้ารอบ = ได้ผู้ชายไปครอง
ควักกะปิ = การใช้นิ้วแหย่รูทวาร
คัน = อาการอยากผู้ชาย
คันธมาศ = เกย์ที่แสดงอาการชอบผู้ชายแบบไม่อายสังคม
เค = คำเรียกอวัยวะเพศชาย
แคม = คำชมเวลาเจอผู้ชายหน้าตาดี
โคแก่ = กระเทยแก่ ๆจีบเด็กหนุ่ม
ง่าม = หล่อ มาจาก ง่ามแต๊ๆ
เงือก = เกย์ไม่สวย
จ๊ะเอ๋ = โรคเอดส์
จ๊าบติ๊ง = กะเทยที่แต่งตัวด้วยสีสันแสบตา เป็นที่สะดุดตาและสดุดปากของชาวบ้าน
จั่ว = ติดเชื้อเอชไอวี 

จั๊ว = กำลังมีอะไรกัน
จิก = การเดินเข้าไปคุยกับผู้ชายแปลกหน้าเพื่อสานความสัมพันธ์ระหว่างกัน
จกตา = การแกล้งทำหรือแสดงละครเพื่อหลอกแฟนหรือเพื่อนๆ
แจกทอง = การเข้าข้างหลังแล้วมี ขี้ติดอวัยวะเพศออกมาด้วย
เจ๊โบ = กระเทยแต่งตัวแบบโบราณๆ และหน้าตาก็แบบโบราณ เป็นบบกระเทยที่ไทม่ทัมสมัย คือแบบว่ายังโบราณอยู่
เจ๊โป = เป็นคำเรียคนพิการ เช่น อุ๊ยดูสิ นังอุไรหล่อนเป็นเจ๊โป คือเป็นโปลิโอ
เจ๊หัก = กระเทยหน้าบ้านบ้าน จมูกหักดูไม่สวย
จุดพลุ = การเรียกร้องความสนใจจากผู้ชาย
จุ๊บ = ขโมย,ลัก
จูออน = กระเทยน่ากลัว ตัวใหญ๋หน้าหยาบบ ชอบจิกผู้ชายอย่างไม่มียางอาย
โจ๊ะ = การมีเพศสัมพันธ์กัน
ฉ้อราษฎร์ = การแย่งแฟนเพื่อนมาเป็นแฟนของตนเอง
ฉิ่งฉับ = เล่นรักในหมู่เกย์ควีนด้วยกัน
ฉ่ำโบ๊ะ = พอกหน้า แต่งหน้า
ชง = ผู้ชาย มาจากคำว่า ผู้ชงผู้ชาย
ชบา = ชะนีในบาร์
ชะนี = ผู้หญิง
ชำมะนี = แผลงมาจา ชะนี
รัชนี = ก็มาจากชะนี อีกนั่นแหละ
ชี = กะเทยออกสาว
ชีเน่ = หน้าขาววอกใสสวยจนเกินเหตุเพราะการโบ๊ะแป้ง
ชูตู = ชั้นต่ำ
เซี๊ยบเจี๊ยบ = กะเทยที่ชอบทำตัวอ่อนหวาน แต่ลึกลึกเป็นคนร้ายลึกและขี้อิจฉา
ซอง-ซองจู = การทุ่มให้ผู้ชายอย่างมากมายเกินฐานะของตัวเอง
ซิก = การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
ซีม่าโลชั่น = อาการอยากมีอะไรกับผู้ชายอย่างมาก
ซุงแหล = โกหกมากๆ
ซำ = เซ็ง
เซิ้ง = สนุกสนานกัน ออกไปหาคู่กัน
ด๊อกแด๊ก = ท่าทางการเดินที่ไม่มั่นใจ จะแมนก็ไม่ใช่ จะสาวก็ไม่เชิง ส่วนใหญ่เป็นกิริยาของกะเทยที่ยังไม่รู้ตัวเองว่าเป็นกะเทย
ดาวนิล = กระเทยที่ดำคล้ำคล้ำ แต่ผิวเนียน
เดื๋อย = เพื่อนรัก เพื่อนสนิท เรียกแทนชื่อเพื่อน ไปไหนมาเดื๋อย รอนานแล้วนะเดื๋อย
ดำมณี = กระเทยที่ดำดำดำดำดำ ทำไมมันดำเช่นนี้
ได้หน้าลืมหลัง = สำนวนไทยสำหรับเกย์ที่กลับใจไปแต่งงานกับผู้หญิง
ตะมอย = เดินอ่อยผู้ชาย
ตับเป็ด = กะเทยบ้านบ้านดำดำคล้ำ นัยว่าเป็นที่นิยมของฝรั่ง
ตั้งเตา = ตั้งวงที่นินทาผู้อื่น หรือเริ่มชักชวนคนอื่นร่วมวงนินทาด้วยกัน
ตั้งหม้อ = การแย่งชิงของหรือแฟนคนอื่น
ตีฆ้องวงใหญ่ = การทำรักด้วยปากให้กับผู้ชายหลายๆคน
แต๊บ = หยิบจับอะไรโดยไม่บอกกล่าว อาจหมายความว่าขโมยก็ได้ อีกความหมายคือการเก็บอวัยวะเพศชายไว้อย่างมิดชิด เพื่อที่จะใส่ชุดว่ายน้ำของหญิงได้


แต๋ว = เกย์ที่แสดงออกมาก หรือเกย์ที่ชอบแสดงบทบาทการเป็นนางเอก
ตุ๊ดตู่ = เกย์ที่ไม่แสดงออก หรือเกย์ที่ชอบแสดงบทบาทการเป็นพระเอก
ตุ๋ย = มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
โต๊ะ = การร่วมเพศ
ตำแตง = การใช้มือช่วยตัวเองของผู้ชาย หรือทำให้ผู้ชาย
ตำแจ่ว = ความหมายคล้าย ตำแตง คำศัพท์กะเทยแถบอีสาน
ถั่วดำ = มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
ทัศวรรณ = การสัมผัสหรือจับต้อง
ทำแท้ง = การใช้น้ำฉีดเข้าทวารหนักเพื่อล้างทำความสะอาดก่อนจะมีเพศสัมพันธ์กัน
ไทเป = กะเทยสัญชาติหนึ่งที่ชอบใช้เงินซื้อผู้ชาย
เน่า = ไม่หล่อ หน้าตาไม่ดี
นก = ชวด สูญเสียสิ่งอันพึงปรารถนาไป
นนนี่ = กระเทยที่มีแฟนที่หวังเกาะกิน
น้องเตย = เกย์เด็ก , เกย์วัยรุ่น
นอย = หงุดหงินงุ่นง่าน งี่เง่า มาจากคำว่า Paranoid
นังกอ = กะเทย
นั่งเทียน = ท่าทางการร่วมเพศอย่างหนึ่ง
นิลนรี = กระเทยสาวที่ผิวดำแต่เนียนขำ นัยว่าสเปคฝรั่ง
นิ้งหน่อง = กระเทยพันธุ์เดียวกับไทเป ชอบใช้เงินซื้อหนุ่มหล่อตามผับ
น้ำมันกระเด็น , ไฟแรง = การนินทาผู้อื่นจนมีผู้ได้ยิน หรือนินทาเสียงดัง เกินไป
บัว = การทำรักด้วยปาก
บ๊วบ = การทำ oral sex
เบเกอรี่ = มีความหมายเดียวกับคำว่า ปาดหน้าเค้ก ตั้งหม้อ ลูกชุบ แต่เป็นคำที่ออกมาใหม่ หมายถึง การแย่งชิงสิ่งของ หรือ บุคคลอันเป็นที่หมายปองของเราไป
โบ = โบราณ ล้าสมัย
โบก = เป็นคำพูดที่ผู้ชายต้องการกระเทย
โบก2 = แตกหน้าโดยใช้รองพื้นหนาสุดๆ เหมือนโบกปูน
โบ๊ะ-ฉ่ำ = แต่งหน้า พอกหน้า
เบ้า = กระเทยไม่สวย มาจาก เน่า+บี้
ไบโอนี่ = เสือไบ สาวแตก
ปาดหน้าเค้ก = แย่งผู้ชายขณะที่กะเทยอีกคนกำลังคั่วอยู่ซึ่งหน้าทีเดียวเชียว
ป่วย = ไม่ได้เรื่อง ห่วย
โป๊ะแตก = ความลับถูกเปิดเผย
ผัดกระเพรา = ชักช้า ล่าช้า ไม่ทันใจ
ผัดไทย = ผ(ลั)ดไทย คือ การมีเพศสัมพันธ์กันโดยเปลี่ยนกันรุก เปลี่ยนกันรับ
เผา = นินทาว่าร้ายคนอื่นลัลหลัง
ผู้ชายขายน้ำ = ผู้ชายขายบริการ
โผล่ = ออกไปเที่ยว หรือ ไปเจอกันในที่ที่นัดหมายไว้
ฝอ = ฝรั่ง
พาราดะ = พลาด หมายถึง การทำอะไรพลาดพลั้งไปแล้วนึกขึ้นได้
แพแวด = แรดไปแรดมา
ฟันดาบ = เกย์คิงมีอะไรกัน เปรียบอวัยวะเพศชายเหมือนดาบ
ฟ้อนเล็บ = กะเทยตบกัน
ฟิน = เสร็จหรือลุล่วงกามกิจ
ไฟแรง = การนินทาเสียงดังเกินไป
ภุชงค์ = ผู้ชาย (มาจาก ผู้ชงผู้ชาย)
มังกรกินหมี่ = ขนที่รอบอวัยวะเพศชาย ไปติดกับปลายอวัยวะเพศชาย ทำให้เจ็บมาก
มาม่า = ขนอวัยวะเพศ
มิสเปรู = เกย์ที่ทุ่มให้ผู้ชายมากๆ เป=pay
เม้ง = อารมณ์เสีย อารมณ์ไม่ดี
แม่ครัวใหญ่ = ผู้เริ่มการนินทา
แม้วว(ทำเสียงแมวร้อง) = ใช้ตอบการสนทนาของคนที่ถามว่าคู่นอนเราของมันเล็กไม่ได้ความ แต่ถ้าใหญ่ก็ตบต้นคอ(เบา แรงตามใจคุณ)ของคนถามแล้วแล้วพูดว่า เอ็นเท่าคอ(ออกเสียงคล้ายกับ One Two Call)
ไม่ใส่เสื้อเกราะ = ไม่ใส่ถุงยางอนามัย
เม้าท์ = พูดมาก นินทา
ย้ายวาร = การเดินเหินของชาวเกย์
เย = การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
เย่อ = การมีอะไรกัน
ลงเรือ = อาการที่กระเทยเป็นฝ่ายรุกผู้ชาย
ลวกก๋วยเตี๋ยว = สำเร็จความใคร่
ล้างตู้เย็น = ใช้ปากกับทางทวารหนัก
ล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสน = มากมาย
ลูกชุบ = การแย่งของที่คนอื่นหมายปองมาเป็นของตน (ชุบ มาจาก ชุบมือเปิบ)
ลูกนายก = การหาผู้ชายมานอนแบบไม่ดูตาม้าตาเรือเลยถูกยกเค้าไปจนหมด
วอก = เกย์หรือกระเทยที่ไม่ชอบอยู่กับที่ ชอบวิ่งไปวิ่งมา เสียงดัง
วอกศรี = กระเทยที่หน้าขาวแบบน่าเกลียด
วิลิศสมาหรา = เลิศหรู
วีน = อารมณ์เสีย อารมณ์ไม่ดี แสดงอาการไม่ดีใส่คนอื่น
เวิร์ค = ให้บริการทางเพศแก่ผู้ชาย
ศรี = คำที่ใช้เติมหลังชื่อคนที่เป็นเกย์
ส่งข้าวห่อ = เกย์ที่มีแฟนอยู่ไกลแล้วต้องคอยดูแล
สด = การร่วมประเวณีโดยไม่ใส่ถุงยางอนามัย
สตรอเบอร์รี่ = ควงคู่กับแฟนอย่างหวานชื่น
สบู่ตก-เก็บสบู่ = อาการส่งสัญญาณให้รู้ว่าต้องการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เพราะการก้มลงเก็บสบู่ บั้นท้ายจะโดดเด่นขึ้นมา
สโม๊ค =การทำรักด้วยปาก
สโตก = ช่วยตัวเอง
สวยตู้ม = กะเทยที่ไปทำศัลยกรรมจนสวยงามเกินหญิง
สะเด็ดน้ำมัน = มีการนินทาเกิดขึ้นแล้ว
สะตอ = ตอแหล
สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก = ไบ
สะแมนแตน = เริ่ดเด่น
สะบัดบัดบ๊อบ = อาการเชิดใส่ ไม่สนใจอีกแล้ว ไม่ใส่ใจ
สางเปียใส่ = เป็นอาการเดียวกันกับสะบัดบ๊อบใส่ ประหนึ่งว่าสวยกว่า เชิดไว้ของคนสมัยใหม่ แต่สางเปียใส่เป็นอากับกริยาเดียวกันของคนสมัยก่อน(กระเทยโบราณรุ่นยาย) ที่แสดงอาการเชิดสวยในปัจจุบัน
สลัวจิต = เกย์ที่แสดงออกบ้างเป็นบางครั้ง
สว่างจิต = เกย์ที่แสดงออกตลอดเวลา
สว่าน = ทำตัวให้ผู้ชายสนใจ หว่านเสน่ห์
สวิงเด้ง = กิริยาอาการกรี๊ดกร๊าดวี๊ดว๊ายจนเกินเหตุ
สุกแล้ว = หมายถึงการนินทาเสร็จสิ้นแล้ว
สุดฤทธิ์ = การกระทำที่แสดงออกอย่างเต็มที่ แล้วมักจะใช้พูดในกรณีบอกเล่าสู่กันฟัง เช่น นี่ดูยัยคนนั้นสิ แต่งตัวพัดเปรี้ยวสุดฤทธิ์
สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ = กระเทยที่หลงไว้ใจผู้ชาย ไม่เข้ดทั้งที่รู้ว่าเขาหลอกใช้
เสิร์ฟ = การที่เกย์ไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่บ้าน
เสื้อเกราะ = ถุงยางอนามัย

หมออ้อย = ขนอวัยวะเพศ
หนามกุหลาบ = ขนหน้าแข้ง(หนาและแข็ง)
หนีบโจ๊ะ = รักนวลสงวนตัวชั่วครั้งชั่วคราว
หนุ่ยศรี = กระเทยที่แข็งนอกแต่แท้จริงอ่อนไหว แค่ถูกแฟนเด็กหลอกทิ้งไปก็ร้องให้คร่ำรวญกลางลานเบียร์
หมอผี = กระเทยที่สามารถร่วมเพศกับผู้ชายมีหน้าตาอุบาทว์ได้
หม่อม = กะเทยผู้สูงศักดิ์
หมาน = เกย์แอบที่ชอบชายแขกเป็นชีวิต...รักการย้ายวารเป็นจิตใจ
หรก = โกหก
หัวโปก = กระเทยหัวเกรียน นัยว่าเป็นกระเทยตั้งแต่มัธยม
เห่ย-เห่ยเป่ย = ไม่เข้าท่า ไม่ได้เรื่องเล้ย
ไหม้ = การนินทาไม่สำเร็จ เหมือนกับการ ทอด ไฟแรงไปแล้วทำให้นำมันกระเด็น หรือไหม้
ออกรอบ = ออกหาผู้ชาย
อาชา = กระเทยที่ช่วงฟันบนเหยินเหมือนม้า
อียาย = กะเทยอายุมาก หรือแก่ นับอายุตั้งแต่ 40 ขึ้นไป
อี๊บ = การมีเพศสัมพันธ์
เอฟ = เกย์ที่มีความสามารถรอบตัว สามารถรุก-รับได้หมดในกิจกรรมทางเพศเป็นได้ทั้ง ควีนและคิง บางทีเรียกว่า ควิง ปัจจุบันมีศัพท์เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโบท
เอิ่ม = กระเทยที่พ่อแม่ยังไม่รู้หรือบอกพ่อแม่ไม่ได้
แอ๊บ = แกล้งทำ
แอบจิต = เกย์ที่ไม่แสดงออกเลย
แอปเปิ้ล = การเก็บซ่อนพฤติกรรมการแสดงออกเอาไว้
โอลด์ = เกย์แก่
ฮอร์สซี่ = กระเทยที่ฟันเหยินเหมือนม้า เช่นด๊อกแด๊กทำไมเธอฮอร์สซี่จัง
ฮักกี้ = กระเทยที่จมูกแบนหัก

comment

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More